สัญญาค้ำประกันการซื้อสินค้า

เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ถูกค้ำประกัน :
        สัญญาฉบับนี้ทำขึ้น ณ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่
        ข้าพเจ้า วันเกิด ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ วันบัตรหมดอายุ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ หมู่ที่ ตรอก/ซอย ถนน ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์ โทรศัพท์ (ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า "ผู้ค้ำประกัน") ขอทำสัญญาฉบับนี้ให้ไว้กับ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "บริษัท") ดังมีข้อความต่อไปนี้
        ข้อ 1. ตามที่ ซึ่งได้ซื้อสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือสินค้าไอที หรือเครื่องครุภัณฑ์สาขาคอมพิวเตอร์ หรือสินค้าสมาร์ทโฟน มือถือ กับบริษัท (ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า "ลูกหนี้") และจะต้องชำระหนี้ค่าสินค้าดังกล่าว รวมถึงจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของการซื้อสินค้าตามที่บริษัทกำหนดไว้นั้น ผู้ค้ำประกันตกลงยินยอมเข้าค้ำประกันหนี้ประเภทซื้อขาย และมูลหนี้ของลูกหนี้ตามที่ได้ระบุไว้ในข้อ 2. ตลอดระยะเวลาที่ลูกหนี้ซื้อสินค้าของบริษัท ในวงเงินสูงสุดรวมไม่เกินจำนวน บาท (xxxxx)
        ข้อ 2. ในกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ หรือมีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือถูกศาลสั่งฟื้นฟูกิจการ หรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือล้มละลาย หรือตาย หรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นผู้สาบสูญ หรือไปเสียจากถิ่นที่อยู่หาตัวไม่พบ หรือผิดข้อตกลง หรือกระทำการใดๆ เป็นเหตุให้บริษัทไม่ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนในมูลหนี้อันเกิดจากการซื้อสินค้าของบริษัท หรือหนังสือ รับสภาพหนี้ และ/หรือบันทึกข้อตกลงใดๆ ซึ่งเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายสินค้าของบริษัทได้ทำขึ้นไว้กับบริษัทอยู่ก่อนแล้ว หรือในขณะที่ทำสัญญานี้ หรือที่จะได้ทำขึ้นใหม่ หรือที่จะเปลี่ยนแปลงต่อไปในภายหน้า (ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะรวมเรียกว่า "การซื้อขายสินค้า") ผู้ค้ำประกันตกลงยินยอมรับผิดในมูลหนี้การซื้อสินค้าของลูกหนี้ และสัญญาอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่องกับการซื้อสินค้า ในบรรดาภาระหนี้สินทั้งหมดที่ลูกหนี้ได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อน หรือขณะวันที่ทำสัญญานี้ หรือที่จะได้ก่อขึ้นต่อไปในภายหน้า ในวงเงินตามที่ได้ระบุไว้ในข้อ 1. รวมทั้ง ดอกเบี้ย ค่าฤชาธรรมเนียม ค่าสินไหมทดแทน ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายในชั้นบังคับคดี ตลอดจน ค่าภาระติดพันต่างๆ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (หากมี) ทุกประการ
        ข้อ 3. ในกรณีบรรดาความเสียหาย หรือหนี้สินใดๆที่ลูกหนี้ได้ก่อขึ้นตามข้อ 2. อันเนื่องมาจากความสำคัญผิด หรือเพราะด้วยความเป็นบุคคลไร้ความสามารถ โดยผู้ค้ำประกันจะได้ทราบถึงเหตุดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม ผู้ค้ำประกันยังคงต้องรับผิดตามสัญญานี้ทั้งหมดอยู่ต่อไป โดยผู้ค้ำประกันจะไม่อ้างเหตุดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อให้ตนหลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญานี้
        ข้อ 4. ในกรณีที่บริษัทได้กระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิใดๆ ก็ดี จำนองก็ดี จำนำก็ดี และบุริมสิทธิ ซึ่งลูกหนี้ หรือบุคคลอื่นใดก็ตามได้ให้ไว้แก่บริษัทแต่ก่อน หรือในขณะ หรือหลังจากวันที่ทำสัญญาค้ำประกันฉบับนี้ ผู้ค้ำประกันยังคงต้องรับผิดตามสัญญานี้ทั้งหมดอยู่ต่อไป
        ข้อ 5. ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันมีการเปลี่ยนแปลง หรือโยกย้ายภูมิลำเนา หรือที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ทำงานผู้ค้ำประกันจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้บริษัททราบถึงภูมิลำเนา หรือที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ทำงานแห่งใหม่โดยพลันด้วย
        ข้อ 6. บรรดาเอกสาร จดหมาย หรือหนังสือติดต่อ บอกกล่าว ทวงถาม หรือหนังสือใดๆ ที่บริษัทได้ส่งให้แก่ผู้ค้ำประกันไม่ว่าจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือไม่ลงทะเบียน หรือให้คนนำไปส่งเองก็ดี ถ้าได้ส่งไปยังสถานที่ของผู้ค้ำประกันตามที่ได้ระบุไว้ข้างต้นของสัญญานี้แล้ว ให้ถือว่าได้ส่งให้แก่ผู้ค้ำประกันโดยชอบแล้วไม่ว่าจะมีผู้รับไว้หรือไม่ก็ตาม และแม้หากว่าส่งให้ไม่ได้ เพราะสถานที่ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป หรือผู้ค้ำประกันมิได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือต่อบริษัทก็ดี หรือเพราะหาสถานที่ที่ระบุไว้ข้างต้นไม่พบก็ดีให้ถือว่าผู้ค้ำประกันได้รับทราบหนังสือดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
        ข้อ 7. ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งของสัญญานี้เป็นโมฆะ หรือไม่สมบูรณ์ คู่สัญญาตกลงให้ถือว่าโมฆะ หรือไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนนั้นเท่านั้น และให้ถือว่าส่วนอื่นของสัญญาที่สมบูรณ์แยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะ หรือไม่สมบูรณ์นั้น ยังคงมีผลใช้บังคับได้ต่อไป
        เพื่อเป็นหลักฐาน ผู้ค้ำประกันจึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน
ย้อนกลับ