สารคณะกรรมการบริษัท

          ในปี 2562 ที่ผ่านมา ภาครัฐและเอกชนยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และมีการนำเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ มาใช้งานให้เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ทันสมัย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยภายนอกในประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ซึ่งส่งผลต่อภาคการส่งออกสินค้าและการลงทุน และปัจจัยภายในโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของความล่าช้าในการอนุมัติงบประมาณประจำปีของภาครัฐ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจโดยรวมลดลง รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวลงแม้จะมีการกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านมาตรการของรัฐในช่วงปลายปี จากทั้งสองปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมีการเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงจากปีก่อน และส่งผลต่อการลงทุนและการบริโภคสินค้าในหมวดเทคโนโลยีและสารสนเทศ รวมถึงอุปกรณ์การสื่อสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          ในปี 2562 ซินเน็ค มีรายได้รวมและกำไรสุทธิทั้งสิ้น 34,804 ล้านบาท และ 524 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.9 และ 27.4 จากปีก่อน ตามลำดับ แม้ว่ารายได้จากกลุ่มสินค้าเกมมิ่งและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจะเติบโตอย่างมาก แต่รายได้จากการจำหน่ายสินค้าในหมวดอุปกรณ์การสื่อสารปรับตัวลดลงเนื่องจากกรณีพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน อย่างไรก็ตาม ซินเน็คและผู้ผลิตสินค้าของตราสินค้าที่ได้รับผลกระทบได้ทำการบริหารจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงตามลำดับในช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ ซินเน็ค ยังได้ดำเนินมาตราการหลายอย่างเพื่อเพิ่มยอดขายของตราสินค้าอื่น รวมถึงเริ่มเป็นผู้จัดจำหน่ายตราสินค้าใหม่ โดยในส่วนของสินค้าในหมวดอุปกรณ์มัลติมีเดียและหมวดอุปกรณ์ชิ้นส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ ได้เกิดความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งเป็นไปตามวัฏจักรของสินค้าในหมวดนี้ ทำให้ราคาของสินค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีปริมาณการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในทั้งสองหมวดสินค้าก็ยังไม่สามารถชดเชยกับราคาที่ลดลงได้ ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายสินค้าในสองหมวดดังกล่าว ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูงลดลงจากปีก่อน ซึ่งสถานการณ์ความไม่สมดุลได้เริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงต้นปี 2563 แล้ว ในส่วนของผลกำไรสุทธิที่ลดลง มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของสัดส่วนยอดขายของสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และมีการปรับอัตราค่าตอบแทนการขายในแต่ละช่องทางให้เหมาะสมเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

          ในปี 2563 นี้ Digital Transformation ยังเป็นสิ่งที่องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญอยู่ ดังนั้น การลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลจะยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลงทุนในเครือข่ายโทรคมนาคมในยุคที่ 5 (5G) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมให้มีการลงทุนในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของ Internet of Things (IoT) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิด IoT Ecosystem อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นการวางรากฐานในการจำหน่ายสินค้าและให้บริการที่ปรึกษาในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Smart Building, Smart Home, Smart Classroom ไปจนถึง Smart Manufacturing ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต

          ซินเน็ค ในฐานะผู้จัดจำหน่ายสินค้าและบริการไอทีครบวงจรอันดับหนึ่งของประเทศ ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Value Added Distributor” โดยยึดหลักการให้บริการเป็นหัวใจสำคัญ ภายใต้คำขวัญ “Synnex as a Service” หรือ “SaaS” โดยเน้นการให้บริการบน 3 แพลทฟอร์มหลัก ได้แก่ การจัดส่งสินค้า (Warehouse and Logistics) การเงิน (Finance) และ บริการ (Service) เพื่อให้สินค้าไอทีและนวัตกรรมต่างๆ จากผู้ผลิต สามารถส่งต่อไปถึงมือผู้บริโภคผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศและภูมิภาคอินโดจีนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และเพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าในเครือข่ายให้มีสภาพคล่องทางการเงินในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมเสนอผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่มสินค้าภายใต้ตราสินค้าชั้นนำระดับโลกใหม่ๆ ที่มีโอกาสเติบโตทั้งในด้านยอดขายและผลกำไร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้บริษัทฯ และคู่ค้า นอกจากนี้ เทคโนโลยี “5G” จะเป็นรากฐานสำคัญในการนำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่ภาคธุรกิจและบริการต่างๆ โดยบริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อม และได้เริ่มก้าวเข้าสู่การขายแบบโซลูชั่นอย่างเต็มรูปแบบเพื่อรองรับความต้องการของทั้งภาครัฐและเอกชน

          นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดูแลรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล SYNNEX RUN 2019 ภายใต้แนวคิด “เชื่อมเทคโนโลยี ต่อชีวิต” โดยบริษัทฯ นำรายได้ค่าสมัครจากนักวิ่งโดยไม่หักค่าใช้จ่าย และร่วมสมทบทุนเพิ่มอีก 1 เท่า รวมกับเงินบริจาค รวม 3 ล้านบาท ส่งมอบให้กับ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล นำไปสมทบทุนจัดซื้อ เครื่องมือแพทย์ ที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย แม่นยำสูง และจำเป็นสำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆ เพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการมอบการรักษาพยาบาลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้ป่วย

          ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบพระคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่ได้ร่วมสนับสนุนและให้ความไว้วางใจแก่บริษัทฯด้วยดีเสมอมา และขอให้เชื่อมั่นว่า คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และพนักงานทุกคน มีความมุ่งมั่นพร้อมทุ่มเทเต็มความสามารถเพื่อให้ผลการปฏิบัติภารกิจเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน

 

(นายสุพันธุ์ มงคลสุธี)             (นางสาวสุธิดา มงคลสุธี)
ประธานกรรมการ                    กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร