นักลงทุนสัมพันธ์
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โดยคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร มีความมุ่งมั่นให้การบริหารงาน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับ การเคารพสิทธิในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย พร้อมคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะส่งเสริมให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่า และผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้ยึดถือและปฏิบัติตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหลักเกณฑ์ตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies - CGR) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และได้มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (Corporate Governance Code for listed companies 2017) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ โดยกำหนดให้มีการทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติเป็นประจำทุกปี และประชาสัมพันธ์ให้พนักงานทุกคนทราบถึงนโยบายการกำกับดูแลกิจการผ่านระบบสารสนเทศภายใน และบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยนโยบายการกำกับดูแลกิจการ มีรายละเอียดครอบคลุมหลักการทั้ง 5 หมวด ดังนี้
หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น (Rights of Shareholders)
คณะกรรมการบริษัท ให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมถึงการดูแลและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิของตน โดยครอบคลุมสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้นได้ตามกฎหมาย อย่างทัดเทียมกัน อาทิเช่น สิทธิในการซื้อ ขาย โอน หลักทรัพย์ที่ตนถือครองอยู่ การได้รับส่วนแบ่งกำไรจากกิจการ การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น หรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน การใช้สิทธิในการออกเสียงลงคะแนน เช่น การเลือกตั้งกรรมการ การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและการกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี การซักถามหรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ที่คณะกรรมการบริษัท ได้รายงานให้ทราบในที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นมีสิทธิออกเสียงตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ เป็นต้น

คณะกรรมการบริษัท ยังกำหนดให้มีแนวปฏิบัติที่ดีในการส่งเสริมให้สิทธิกับผู้ถือหุ้นนอกเหนือจากสิทธิพื้นฐาน โดยไม่ละเมิด จำกัดสิทธิ หรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น ดังนี้
หมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (Equitable Treatment of Shareholders)
คณะกรรมการบริษัท คำนึงถึงการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ โดยการให้เกิดความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน ไม่ให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบ รวมทั้งเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ อีกทั้งบริษัทฯ ยังเปิดเผยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันผ่านเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบข้อมูลข่าวสารสําคัญของบริษัทฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมสำคัญๆ ที่สร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ถือหุ้น รวมถึงสารสนเทศที่บริษัทฯ เปิดเผยตามข้อกําหนดต่างๆ โดยภายหลังจากการเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ได้นําข้อมูลเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
หมวดที่ 3 บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (Roles of Stakeholders)
คณะกรรมการบริษัท ให้ความสำคัญในสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในกลุ่มต่างๆ อย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมาย หรือตามข้อตกลงที่มีกับบริษัทฯ รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสิทธิมนุษยชน การจัดการสิ่งแวดล้อม ฯลฯ โดยได้มีการกำหนดนโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ดังนี้
หมวดที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Disclosure and Transparency)
คณะกรรมการบริษัท กำหนดให้มีนโยบายการเปิดเผยข้อมูลสำคัญทั้งข้อมูลทางการเงิน และที่ไม่ใช่ทางการเงินต่างๆ ตามข้อกำหนดของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้มีสาระสำคัญเพียงพออย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส มีความเท่าเทียม และน่าเชื่อถือ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น โครงสร้างการถือหุ้น การดำเนินธุรกิจ ผลประกอบการ การกำกับดูแลกิจการ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น คู่มือจรรยาบรรณธุรกิจ รวมทั้งการแจ้งเบาะแสต่อคณะกรรมการในประเด็นเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมาย ความถูกต้องของรายงานทางการเงิน โดยมีช่องทางหลากหลายในการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ดังนี้
หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (Board Responsibilities)
คณะกรรมการบริษัท มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลให้กิจการมีผลประกอบการที่ดีในระยะยาว น่าเชื่อถือสำหรับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ รวมถึงคณะกรรมการบริษัทมีความเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม และเป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอและครอบคลุมทั้งด้านการเงิน ด้านการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี อีกทั้งต้องให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อกำหนด ข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งจัดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมเพียงพอ มีกลไกการตรวจสอบภายใน ในการดูแลให้ธุรกิจดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส มีการจัดการที่ดี มีระบบบริหารความเสี่ยงที่เพียงพอ และการติดตามการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับธุรกิจ

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ในธุรกิจบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัท มีจำนวน 13 ท่าน เป็นกรรมการอิสระ จำนวน 5 ท่าน อีกทั้งคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ กำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการแต่ละคณะเพื่อการบริหารความเสี่ยงในทุกด้านให้มีความเหมาะสม ติดตาม ดูแล วิเคราะห์ การบริหารความเสี่ยง ในระดับปฏิบัติการแต่ละฝ่ายงานในบริษัทฯ จัดให้มีการประชุมทุกเดือนและให้รายงานผลการบริหารความเสี่ยงให้กับคณะกรรมการบริษัท ผ่านการรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ รับทราบทุกไตรมาส

คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ ได้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองแบบทั้งคณะและรายบุคคล อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อทบทวนว่าได้มีการกำกับดูแลที่ดีได้อย่างเพียงพอและเพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนฝ่ายบริหารนำไปพัฒนาบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำปี โดยใช้เป้าหมายและหลักเกณฑ์ในการประเมินที่เชื่อมโยงกับความสำเร็จของแผนกลยุทธ์ เพื่อพิจารณากำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมในการเป็นขวัญกำลังใจการดำเนินธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง
นโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน
บริษัทฯ ได้มีการกำหนดนโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายในและมาตรการดูแลผู้บริหารในการนำข้อมูลภายในของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน รวมทั้งเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ ดังนี้
นโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น (Anti – Corruption Policy)
คณะกรรมการบริษัท ตระหนักถึงความสำคัญในการประกอบธุรกิจตามหลักการกำกับกิจการที่ดี การแข่งขันทางธุรกิจอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงได้กำหนดนโยบายและแนวทางปฎิบัติด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่นไว้เป็นจรรยาบรรณการประกอบธุรกิจ โดยให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย บุคลากรในองค์กร และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ปฏิบัติตามและร่วมกันรณรงค์ต่อต้านการคอร์รัปชั่นภายใต้นโยบายเดียวกัน สนับสนุนให้เกิดความเข้าใจเจตนารมณ์ของบริษัทฯ เกี่ยวกับการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อเป็นภาพลักษณ์ที่ดีนำพาองค์กรสู่การพัฒนาเติบโตได้อย่างยั่งยืน

บริษัทฯ มีการสื่อสารและจัดการอบรมเรื่อง Anti-Corruption เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ กรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ไม่ให้กระทำหรือสนับสนุนการให้สินบนทุกรูปแบบที่อยู่ภายใต้การดูแล ไม่ให้มีการเรียกร้องรับเงิน สิ่งของ หรือผลประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ทั้งต่อบริษัทฯ ต่อตนเอง ต่อครอบครัว หรือต่อเพื่อนคนรู้จัก หากพบมีการกระทำที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายนี้ จะต้องได้รับบทลงโทษทางวินัย หรือทางกฏหมาย ทั้งนี้ วิธีการลงโทษจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและสถานการณ์แวดล้อม

บริษัทฯ ได้มีการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในแต่ละกระบวนการการดำเนินธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการกำหนดวิธีการแก้ไขจัดการที่เหมาะสมและจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือการรับข้อร้องเรียน ได้ที่ฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ตามช่องทางที่บริษัทฯ กำหนดไว้ได้ทุกเวลาที่พบเหตุการณ์ การกระทำที่ส่อถึงการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

บริษัทฯ ได้ลงนามเข้าร่วมในการแสดงเจตนารมณ์เป็น “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต” เพื่อแสดงถึงความตั้งใจมุ่งมั่นสนับสนุนในการต่อต้านคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง เพื่อการพัฒนาองค์กรและประเทศอย่างยั่งยืน

การแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
คณะกรรมการบริษัท จัดให้มีกระบวนการและช่องทางในการรับ และจัดการกับข้อร้องเรียนของผู้มีส่วนได้เสีย โดยกำหนดมาตรการป้องกันและต่อต้านการทุจริต เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้แก่กรรมการผู้บริหาร และพนักงานได้ยึดถือปฏิบัติ รวมทั้งสามารถร้องทุกข์ เขียนข้อร้องเรียน หรือหากพบเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งมายังฝ่ายตรวจสอบภายใน หรือแจ้งเป็นหนังสือส่งตรงถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยบริษัทฯ มีกล่องรับข้อร้องเรียนที่ทางบริษัทฯ จัดเตรียมไว้ให้ โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะเป็นผู้ถือกุญแจเปิดกล่องรับข้อร้องเรียน ร้องทุกข์ได้แต่ผู้เดียว หรือสามารถแจ้งผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึงประธานเจ้าหน้าบริหารได้ทุกเวลาทันที

เมื่อบริษัทฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้เสียที่พบเห็นหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการกระทำของหน่วยงานหรือพนักงานที่กระทำการไม่ถูกต้อง ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย ระเบียบข้อบังคับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ จะจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริงและมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการสอบสวนพิจารณาข้อร้องเรียนอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และใส่ใจ พร้อมรายงานผลให้ฝ่ายตรวจสอบภายใน และฝ่ายบริหารระดับสูงรับทราบข้อเท็จจริงทันที พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขในระยะเวลาที่เหมาะสม รวมถึงการแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้ร้องเรียนทราบหลังจากที่ฝ่ายตรวจสอบภายใน ได้พิจารณาผลการตรวจสอบและเห็นชอบกับมาตรการแก้ไขแล้ว

มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนที่ร้องเรียนด้วยความสุจริต
บริษัทฯ ได้จัดช่องทางให้กับผู้แจ้งเบาะแสร้องเรียนการกระทำผิดกฏหมาย จรรยาบรรณ หรือมีพฤติกรรมมิชอบของบุคคลในองค์กรหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ โดยผู้แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนจะต้องระบุรายละเอียดเรื่องที่จะร้องเรียน พร้อมชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ส่งจดหมายธรรมดาลงทะเบียนหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มายังฝ่ายตรวจสอบภายใน หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือช่องทางอื่นๆ ที่แจ้งประกาศไว้ โดยบริษัทฯ จะปกปิดชื่อ ที่อยู่ และเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนหรือผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ และได้รับการคุ้มครองระหว่างการดำเนินการสอบสวนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลใดให้แก่บุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งจำกัดสิทธิเฉพาะผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเท่านั้น